Why Network Marketing ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย
ก่อนอื่น ทุกท่านคงต้องทราบว่า
ทำไมเราทุกท่านจึงควรทำธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing)
มีวิวัฒนาการอย่างไร
จริงแล้ว คำว่า Network Marketing หมายถึง การตลาดเครือข่าย
จริงแล้ว คำว่า Network Marketing หมายถึง การตลาดเครือข่าย
มีที่มาจาก คำว่า MLM เพียงแต่ด้วยยุคที่มันเปลี่ยนไป
เป็นยุค network วงการธุรกิจเครือข่าย
จึงเปลี่ยนมาใช้ คำว่า ธุรกิจเครือข่าย แทน MLM
ซึ่งความหมายเดียวกัน
MLM คืออะไร ? / MLM ให้อะไร ? / MLM เหมาะกับใคร ?
ทำไมต้อง MLM ?
MLM ย่อมาจาก Multi Level Marketing
MLM ย่อมาจาก Multi Level Marketing
(ระบบการตลาดซ้อนหลายชั้น หรือเรียกสั้นๆ
ในบ้านเราว่าธุรกิจเครือข่าย)
MLM คือ ระบบ การวางแผนการตลาด การค้ารูปแบบหนึ่ง
MLM คือ ระบบ การวางแผนการตลาด การค้ารูปแบบหนึ่ง
ซึ่งส่วนมากมองข้ามไปเป็นวิวัฒนาการของการคิด การค้า
แบบให้ผลตอบแทนหลายชั้น หลายระดับ
คอนเซปง่ายๆ คือใช้ดีแล้วบอกต่อ
(เหมือนคุณไปดูหนัง 1 เรื่อง หนังสนุกจึงไปแนะนำให้เพื่อนดู ...
โรงหนังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนคุณ แต่ธุรกิจเครือข่ายให้ค่าตอบแทน
ที่คุณช่วยแนะนำ)
คนทั่วไปมักมองว่าเป็นลูกโซ่ หรือปิรามิด
ถ้าลองศึกษาลงไปจะเห็นว่าเป็นระบบที่ดี
ตัวอย่างการมอง อยู่ว่าเรามองอย่างไรหลายคนมองว่า
คนมาก่อนได้เปรียบ คนอยู่บนเอาเปรียบ
ท่านลองมองระบบงานปัจจุบันครับ
งานราชการ เป็นปิรามิดที่ชัดเจนที่สุด คือ มี ระดับชั้น
งานราชการ เป็นปิรามิดที่ชัดเจนที่สุด คือ มี ระดับชั้น
- ข้าราชการ จะมี ซี 1,2,3,4..... อย่างนี้เป็นปิรามิดไหมครับ
มี C1 จำนวนมาก C2 ก็มีน้อยลง จนถึง C11 มีกี่คน
- บริษัททั่วไป ถ้าเราเข้าไปเช่น เริ่มจาก พนักงานขาย
การจะได้เป็น รองหัวหน้าหน่วย ต้องใช้เวลา
และมีรองหัวหน้าหน่วยกี่คน หัวหน้าหน่วยล่ะ
อาจมี ซุปเปอร์ไวเซอร์ แล้วมีได้กี่คน
และต้องการเป็นผู้จัดการล่ะ มีได้กี่คน
• แต่ธุรกิจเครือข่ายนั้น ถึงจะมาทีหลังทำมากกว่า
ขยันมากกว่าก็สามารถแซงรายได้คนมาก่อนได้
นี่แค่เขียนถึงระบบโดยกว้างๆนะครับ ถ้าเจาะลึกลงไป
ยังมีสิ่งที่เราอาจขำไม่ออก เช่น วันนี้เราได้งานเป็น
พนักงานขายพร้อมด้วยเพื่อนรักเราคนหนึ่งที่พร้อมตายแทนเราได้
ผ่านไป 5 ปี เราและเพื่อนต่างขยันขันแข็งทำงานได้ดีมาก
บริษัทเปิดโอกาส ให้เราเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้จัดการ
แต่ผู้จัดการมีได้กี่คนครับ ส่วนมากหนึ่งเดียว
ท่านคิดอย่างไร
-->ให้เพื่อนเป็นไปก่อน แต่ผลงานเราดีกว่าเพื่อนอยู่นิดหน่อย
--> เราเป็นเองดีกว่า (แล้วเพื่อนท่านล่ะคิดอย่างไร)
อย่า เพิ่งดีใจครับ ปรากฎว่า หลายชายเจ้าของ จบโทมาจากเมืองนอก
ทางด้านการตลาด ได้เป็นผู้จัดการ
ทางด้านการตลาด ได้เป็นผู้จัดการ
ในขณะที่คนทุ่มเททำงานมาแทบตาย 5 ปียังอยู่ที่เดิม
และคุณเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ด้วยตัวเองหรือเพื่อนเล่าให้ฟังบ้าง
ไหม? (คำตอบ คือ..............) นี่แค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้นครับ
มีทางให้เลือกเดินหลายทาง อยู่ที่ท่านจะเลือกเดินทางไหน
MLM ให้อะไร
ใช่เรื่องแรกต้องควรรู้ก่อนว่าให้อะไร ใช่ไหมครับ
จะได้ใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ
1. รายได้ที่มั่นคงไร้ขึดจำกัด
2. ความมั่นคงของชีวิต
3. เป็นมรดกได้
4. ได้ท่องเที่ยวฟรี
5. ได้สุขภาพที่ดี
6. มีเพือนและสังคมที่ดี
7. ได้พัฒนาศักยจภาพของตนเอง
8. มีอิสระภาพทางการเงิน เวลา และความคิด
ใช่เรื่องแรกต้องควรรู้ก่อนว่าให้อะไร ใช่ไหมครับ
จะได้ใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ
1. รายได้ที่มั่นคงไร้ขึดจำกัด
2. ความมั่นคงของชีวิต
3. เป็นมรดกได้
4. ได้ท่องเที่ยวฟรี
5. ได้สุขภาพที่ดี
6. มีเพือนและสังคมที่ดี
7. ได้พัฒนาศักยจภาพของตนเอง
8. มีอิสระภาพทางการเงิน เวลา และความคิด
จากการศึกษาถึงระบบ MLM สิ่งได้พบจุดเด่น ของระบบนี้ คือ
- ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมาก็ตามคุณก็สามารถทำได้
- ไม่จำกัดรายได้ ทำงานมากได้รายได้มาก
- ทำงานน้อยได้รายได้น้อยไม่ทำก็ไม่ได้ มาก่อนมาหลังจึงไมสำคัญ
- ไม่จำกัดเวลาทำงาน
ข้อเสีย คนไม่เข้าใจแล้วนำไปคิดเองโดยไม่ศึกษา
และนำไปถ่ายทอดแบบไม่ถูกต้อง
และนำไปถ่ายทอดแบบไม่ถูกต้อง
ธุรกิจเครือข่ายที่ดี : ต้องมีความเท่าเทียม หรือ โอกาสในการสร้างธรุกิจ
MLM เหมาะกับใคร? เรื่องนี้บอกได้อย่างเดียวว่า
เหมาะ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างธุรกิจ
เพราะ MLM คือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค
ใครสร้างได้มากย่อมมีรายได้มาก
ในความเห็นส่วนตัว ดิฉันว่าน่าที่จะสร้าง ธรุกิจ MLM
ไว้สำรองรายได้ ถึงท่านจะทำอะไรอยู่ก็ตาม
เพราะ MLM ไม่มีต้นทุนเพิ่ม มีแต่ รายได้เพิ่ม (ถ้าคุณทำ)
และจากทั้งหมดนี้ ท่านว่าทำไมต้อง MLM พอจะได้คำตอบไหมครับ?
ที่นี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่าธุรกิจเครือข่ายที่ดี
และน่าร่วมทำงานด้วยนี้ความมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
1. เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก
2. ค่าธรรมเนียมในการรับสมัครสมเหตุสมผล
3. คนทุกระดับสามารถสมัครได้
4. ไม่ต้องลงทุนสูง
5. เป็นสินค้าใช้แล้วหมดไป
6. คุณภาพดี ราคายุติธรรม
7. ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบจึงเกิดการซื้อซ้ำ
8. ไม่มีการบังคับซื้อ
9. มีการรับผิดชอบผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา
10. แผนการตลาดไม่ยากเกินไปสามารถเป็นไปได้จริง
11. ผลตอบแทนยุติธรรม
12. รายได้มาจากการทำงาน
13. การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน
14. การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ
15. ไม่มีการบังคับรักษายอด
16. ตำแหน่งต่าง ๆ ขึ้นแล้วไม่มีการตกหรือปลด
17. สามารถแซงกันได้จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
18. จ่ายผลประโยชน์ตามการทำงานจริง
19. ใครทำงานมาก ก็ได้มาก
20. มีการจ่ายผลประโยชน์ที่ชัดเจนและมั่นคง
21. มีหลักฐานการจ่ายเงิน
22. และเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Tag:Success,Goals,Learning-MLM,Income,Bussiness,ผลประโยชน์,รายได้ไม่จำกัด,ทำได้ทุกเพศทุกวัย,ผลตอบแทนคุ้มค่า,ถูกต้องตามกฎหมาย
พ่อรวยสอนลูก ของ คุณ Mr. Robert T. Kiyosaki
ในหนังสือเล่นนี้บอกไว้ว่า อาชีพของคนบนโลกนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
คือ
E (Employee) มีรายได้จากเงินเดือน ลูกจ้าง
S (Self - employed) ธุรกิจส่วนตัว
B (Business Owner) เจ้าของกิจการ
I (Investor) นักลงทุน
B (Business Owner) เจ้าของกิจการ
I (Investor) นักลงทุน
คนที่อยู่ฝั่งขวาเป็นชนกลุ่มน้อย แต่เนื้อหอมมาก
เพราะคนฝั่งขวาจะเป็นคนที่มีเงิน พวกเขาเหล่านี้จะใช้เงินทำงาน
ใช้ระบบทำงาน
คนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝั่งซ้าย ทำงานแลกเงิน เป็นสาเหตุของงาน
ถ้าหยุดทำก็ไม่มีเงิน โดยเฉพาะลูกจ้างแล้วด้วยยิ่งแย่ใหญ่
เมื่อไหรที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้เป็นเวลานานๆ
ก็เตรียมตัวเตรียมใจรับซองขาวได้เลย
ส่วนเจ้าของกิจการก็เหมือนกัน ถ้าเมื่อไหรทำงานไม่ได้ ทำงานไม่ไหว
ลูกค้าก็หายหมด ปิดร้านก็ไม่ได้ ต้องคอยเฝ้าร้าน เฝ้าธุรกิจของตัวเอง
ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งซ้าย แล้วจะทำยังไงละครับ
ที่จะให้ตัวเองข้ามมาอยู่ทางฝั่งขวา ได้
Mr. Robert T. Kiyosaki บอกไว้ว่า มีอีกธุรกิจเหมือนกัน
ที่จะสามารถส่งให้คุณไปอยู่ทางฝั่งขวาได้ นั้นคือ ธุรกิจ เครือข่าย
พูดง่ายๆก็คือ ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วสามารถทำให้คุณมีเงินได้
นี่คือความสำเร็จที่ทุกคนสามารถทำได้
แท็ก: หนังสือพ่อรวยสอนลูก,เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ,เรียนรู้เรื่องงาน,ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ,เป้าหมายชีวิต,การเริ่มต้น...







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น