วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จ

"เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน คนเราควรตั้งเป้าหมายของชีวิตเตรียมไว้ว่าภายในกี่ปี" จะขึ้นไปอยู่ในจุดใด ตำแหน่งใด เพราะการมีเป้าหมายจะทำให้เรากำหนดทิศทางการทำงาน การปฏิบัติตัวของเราเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นได้ในเวลาที่กำหนด ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานมักพูดแนะนำอยู่เสมอถึงวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนทำงานมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น ดังนี้
.
1. ข้อแรกเลยที่จะทำให้คุณทำงานได้ดี คือ ต้องสนุกสนานกับงานที่ทำ เมื่อคุณทำงานด้วยความสนุก คุณจะมีแรงขับในการพยายามที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จ
.
2. นอกจากสนุกสนานแล้ว ยังต้องใส่ความเอาจริงเอาจังมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จลงไปด้วย ความเพียรพยายาม จะนำพาคุณไปพบกับความสำเร็จในที่สุด
.
3. ความเชื่อมั่นในตนเองต้องมีอยู่เสมอ เพราะนั่นจะทำให้คุณกล้าคิดกล้าทำ ซึ่งจะทำให้คุณได้เปรียบกว่าคนอื่น ๆ ที่มักทำตัวเป็นผู้ตามที่ดี ชอบทำตามที่คนอื่นคิดมากกว่าชอบแสดงความคิดเห็น
.
4. มีความคิดสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้จากความคิดสร้างสรรค์ ถ้าคุณเป็นนักคิด รับรองได้ว่าคุณจะเป็นที่ต้องการของทุกองค์กรอย่างแน่นอน แม้ว่าวันนี้ยิ่งที่คิดอาจจะยังไม่เวิร์ก แต่ถ้าคุณยังไม่หยุดคิด สักวันมันต้องเวิร์ก
.
5. เมื่อคนจากหลากหลายสังคมมาอยู่รวมกันในสังคมใหม่ สิ่งที่ต้องการคือการปรับตัวได้รวดเร็ว คุณอาจต้องเพิ่ม หรือลดพฤติกรรม หรือนิสัยบางอย่างของคุณ เพื่อให้เข้ากับสังคมในที่ทำงานให้ได้อย่างรวดเร็ว

6. มีทีท่าในทางบวก คนที่คิดบวกจะแสดงท่าทีในทางบวก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักและชื่นชมของคนรอบข้าง
.
7. เรื่องความมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่ทุกคนถูกสอนมาตั้งแต่เล็ก ๆ อยู่แล้วในการทำงานก็เช่นกัน ต้องมาทำงานตรงเวลา ส่งงานตรงเวลา ปฏิบัติตามกฎบริษัทอย่างเคร่งครัด
.
8. มีความซื่อสัตย์ และช่วยเหลือผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จ คนดี มีน้ำใจ อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักเอ็นดู และคอยสนับสนุนให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
.
9. กล้าหาญที่จะเสี่ยง แน่นอนว่าไม่มีงานใดที่จะราบรื่นไปเสียทุกงาน เมื่อพบเจอกับอุปสรรค คุณต้องกล้าพอที่จะเสี่ยงเพื่อก้าวข้ามพ้นอุปสรรคไปให้ได้
.
10. สุดท้าย ถึงแม้ว่าที่กล่าวมาข้างต้นคุณจะมีดีพร้อมหมดแล้วทุกอย่าง แต่หากคุณไม่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้น คุณจึงควรพัฒนาการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นอยู่เสมอ เพื่อให้คุณสามารถถ่ายทอดแนวคิดต่าง ๆ เข้าถึงทุกคนได้อย่างแม่นยำ
แท็ก: การทำงานให้ประสบความสำ้เร็จ,ก้าวแรกสู่การทำงาน,ทำงานในไสตร์ของคุณ,หลักการทำงาน

การค้นหาอันดับในเวปกูเกิ้ัล

ขั้นตอนแรก
.

คุณต้องทำการตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณอยู่ในฐานข้อมูลของ Google หรือไม่
ในกรณีที่คุณสร้างเว็บไซต์เสร็จสิ้น คุณควรลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Google ให้รวดเร็วที่สุด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการลงทะเบียนประมาณ 1 เดือน กว่าที่เว็บไซต์ของคุณจะสามารถปรากฏใน ผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google ได้

.
ระยะเวลา 1 เดือนเป็นเพียงการประเมินเท่านั้น ในความเป็นจริงอาจจะใช้เวลามากหรือน้อยกว่า 1 เดือนก็เป็นได้ และถ้าหากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏอยู่ในผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google เร็วขึ้น .
.
คุณสามารถทำได้โดยเพิ่มลิงค์ของเว็บไซต์คุณในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เพราะเว็บไซต์เหล่านี้จะมีGooglebot เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ Googlebot เป็น robot-script ขนาดเล็ก โดยมีหน้าที่ค้นหาข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ และ robot-script ของแต่ละ Search Engine ก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น spider, bot หรือ crawler เป็นต้น
.
spider ของ Google มีชื่อเรียกว่า Googlebot ซึ่ง bot ก็จะมีหลายประเภทอีกเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น freshbot ของ Google เป็นต้น freshbot จะเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณทุกครั้งเมื่อคุณทำการปรับปรุงเว็บไซต์ ประโยชน์ของการเข้ามาค้นหาเว็บไซต์ของ freshbot ก็คือ สิ่งที่คุณทำการปรับปรุงจะปรากฏในการแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Search Engine อย่างรวดเร็วแบบวันต่อวัน
.
ถ้าคุณสามารถเพิ่มจำนวนลิงค์ของเว็บไซต์คุณได้มากขึ้น Googlebot ก็จะเข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์คุณมากขึ้น โอกาสที่เว็บไซต์ของคุณจะเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Google ภายใน 24 ชั่วโมงก็ย่อมมีมากขึ้นเช่นเดียวกัน
หากคุณต้องการที่จะทราบว่า freshbot เข้ามาค้นหาเว็บไซต์คุณครั้งสุดท้ายเมื่อใด คุณก็สามารถทำได้โดยทำการค้นหาที่อยู่ของเว็บไซต์คุณ (www.yourname.com) ใน Google เมื่อผลการค้นหาเว็บไซต์ปรากฏขึ้น ให้คลิกที่ "ที่ google เก็บไว้" ด้านบนของหน้าเว็บไซต์ต่อมาที่ปรากฏขึ้นจะจัดแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และเวลาของการค้นหาเว็บไซต์ของคุณครั้งล่าสุด 

.
.
หน้าเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับหลักการทำงานของ Google
.
ถ้าคุณสามารถเพิ่มจำนวนลิงค์ของเว็บไซต์คุณได้มากขึ้น Googlebot ก็จะเข้าค้นหาเว็บไซต์คุณเพิ่มขึ้นด้วย
Googlebot จะทำการค้นหาเว็บไซต์โดยเข้ามาตรวจสอบองค์ประกอบของเว็บไซต์ดังต่อไปนี้ :
  • Page title
  • คำอธิบาย meta tag
  • เนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์
  • ลิงค์
องค์ประกอบของเว็บไซต์ดังที่กล่าวมาถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากของเว็บไซต์คุณ เพราะองค์ประกอบดังกล่าวได้บรรจุ keyword คุณไว้นั่นเอง
อุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง ก็คือ คีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเว็บไซต์นั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น คุณจึงต้องมีความละเอียด และรอบคอบอย่างมากสำหรับการคัดเลือก และคัดสรร keyword ให้กับเว็บไซต์ของคุณเอง
คุณจะต้องทำการคัดเลือกและคัดสรรแต่ละ keyword ที่จะนำมาใช้ให้กับเว็บไซต์ของคุณให้ดีที่สุด วิธีการง่ายๆ ก็คือ ลองสมมุติว่าตนเองเป็นผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต แล้วลองคิดดูว่า คุณจะใช้ keyword ใดในการค้นหาเว็บไซต์
Title
คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keyword ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็น title ของเว็บไซต์แล้ว และไม่ควรให้ title มีความยาวเกิน 80 ตัวอักษร เนื่องจาก Search Engine บางที่อาจทำการยกเลิกการลงทะเบียนเว็บไซต์ของคุณได้
คำอธิบาย meta tag
Googlebot จะไม่เข้ามาตรวจสอบคีย์เวิร์ดของ meta tag แต่จะตรวจสอบคำอธิบายของ meta tag ดังนั้น คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keyword ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นคำอธิบายของ meta tagให้กับเว็บไซต์ของคุณ
เนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์
คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keyword ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นเนื้อหาของเว็บไซต์คุณ เพราะการใช้ keyword ที่คัดเลือกมาเป็นชื่อเรื่อง และเนื้อหา การใช้ตัวอักษรหนา หรือเอียงเพื่อเน้นkeyword คำบรรยายภาพ ชื่อรูปภาพ ชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการทำงานของGooglebot ทั้งสิ้น
ลิงค์ภายในเว็บไซต์
คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า Googlebot จะสามารถเข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณได้อย่างแน่นอน เนื่องจาก Googlebot อาจจะไม่สามารถเข้ามาค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ เนื่องจากสาเหตุบางประการ เช่น การใช้เฟรม คุณสามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้คำสั่ง หรือใช้แผนที่เว็บไซต์ (sitemap) เพื่อให้Googlebot สามารถเข้ามาตรวจสอบในทุกๆหน้าของเว็บไซต์คุณได้
เนื้อหา : ปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มากครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
การปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ freshbot เข้ามาค้นหาเว็บไซต์คุณบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจาก Google Search Engine จะทำการเก็บข้อมูลของหน้าเว็บไซต์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้ไวกว่าหน้าเว็บไซต์อื่นที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย
วิธีที่กล่าวมาทั้งหมดนอกจากเป็นวิธีที่ช่วยให้ PageRank ของเว็บไซต์คุณเพิ่มขึ้น และทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆ ของการแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ใน Search Engine ต่างๆ แล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย
ที่มา : www.opentracker.net
tag: google search,www,search engine,การพัฒนาหรือติดตามอันดับในหน้าเวป
คำค้นหาเว็บไซต์และกลยุทธ์ในการเลือกใช้คำค้นหาเว็บไซต์
.
Keyword หรือ คำค้นหาเว็บไซต์ คือ คำหรือข้อความที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตใช้ในการค้นหาเว็บไซต์ของคุณ Keyword ที่คุณจะเลือกใช้เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์มีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น คุณจึงต้องทำการคัดเลือกและคัดสรร Keyword ที่จะมาใช้กับเว็บไซต์อย่างละเอียดและรอบคอบมากที่สุด แม้แต่การเป็นเว็บไซต์ผู้สนับสนุน (sponsor listing) คุณก็ต้องทำการคัดเลือก และคัดสรรคำค้นหาเว็บไซต์ที่จะมาใช้กับเว็บไซต์ให้ละเอียดและรอบคอบมากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากคุณไม่ให้ความสำคัญกับKeyword เท่าที่ควรจะเป็นแล้ว เว็บไซต์ของคุณก็จะสามารถทำได้แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าที่แท้จริงได้เลย
.
เพราะฉะนั้น คุณควรให้ความสำคัญกับ Keyword ให้มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะใช้ Keyword มาเป็นเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณหรือใช้เป็น meta tag หรือ title เพื่อให้ spider ของ Search Engine มาค้นหาเว็บไซต์ของคุณก็ตามการเลือกใช้ Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการทำงานของ Search Engine จะมีผลทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆของผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Search Engine นั้นๆ ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Search Engine Optimization (SEO) และวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
.
จากผลการสำรวจทำให้เราทราบว่า ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางSearch Engineไม่ใช่ผ่านทางเว็บไซต์ผู้สนับสนุน (sponsor listing) ดังนั้น การเลือกใช้Keyword ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับหลักการทำงานของ Search Engine จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตค้นเจอเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายดายอีกด้วย
.
รู้เคล็ดลับอย่างนี้แล้ว..เว็บไซต์ของคุณก็สามารถอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Search Engine ต่างๆ ได้หากคุณสามารถเลือกใช้ Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการทำงานของSearch Engine เหล่านั้น
.
ที่มา : www.opentracker.net
แท็ก:รายได้เสริม,การใส่คีเวิร์ด,ความสำคัญของการจัดอันดับ,วิธีค้นหาอันดับ,การทำเอสอีโอเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ,รูปเเบบของการค้นด้วย search engine

MLM ทำไมถึงหันมาทำกันมากมาย ธุระกิจยอดฮิต

Why Network Marketing ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย

ก่อนอื่น ทุกท่านคงต้องทราบว่า

ทำไมเราทุกท่านจึงควรทำธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing)

มีวิวัฒนาการอย่างไร

จริงแล้ว คำว่า Network Marketing หมายถึง การตลาดเครือข่าย

มีที่มาจาก คำว่า MLM เพียงแต่ด้วยยุคที่มันเปลี่ยนไป

เป็นยุค network วงการธุรกิจเครือข่าย

จึงเปลี่ยนมาใช้ คำว่า ธุรกิจเครือข่าย แทน MLM

ซึ่งความหมายเดียวกัน



  




MLM คืออะไร ? / MLM ให้อะไร ? / MLM เหมาะกับใคร 

ทำไมต้อง MLM ?

MLM 
ย่อมาจาก Multi Level Marketing

(ระบบการตลาดซ้อนหลายชั้น หรือเรียกสั้นๆ

ในบ้านเราว่าธุรกิจเครือข่าย)

MLM 
คือ ระบบ การวางแผนการตลาด การค้ารูปแบบหนึ่ง

ซึ่งส่วนมากมองข้ามไปเป็นวิวัฒนาการของการคิด การค้า

แบบให้ผลตอบแทนหลายชั้น หลายระดับ

คอนเซปง่ายๆ คือใช้ดีแล้วบอกต่อ

(เหมือนคุณไปดูหนัง เรื่อง หนังสนุกจึงไปแนะนำให้เพื่อนดู ...

โรงหนังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนคุณ แต่ธุรกิจเครือข่ายให้ค่าตอบแทน

ที่คุณช่วยแนะนำ) 

คนทั่วไปมักมองว่าเป็นลูกโซ่ หรือปิรามิด

ถ้าลองศึกษาลงไปจะเห็นว่าเป็นระบบที่ดี

ตัวอย่างการมอง อยู่ว่าเรามองอย่างไรหลายคนมองว่า

คนมาก่อนได้เปรียบ คนอยู่บนเอาเปรียบ

ท่านลองมองระบบงานปัจจุบันครับ

งานราชการ เป็นปิรามิดที่ชัดเจนที่สุด คือ มี ระดับชั้น



  • ข้าราชการ จะมี ซี 1,2,3,4..... อย่างนี้เป็นปิรามิดไหมครับ

     มี C1 จำนวนมาก C2 ก็มีน้อยลง จนถึง C11 มีกี่คน

  • บริษัททั่วไป ถ้าเราเข้าไปเช่น เริ่มจาก พนักงานขาย

  การจะได้เป็น รองหัวหน้าหน่วย ต้องใช้เวลา

  และมีรองหัวหน้าหน่วยกี่คน หัวหน้าหน่วยล่ะ

  อาจมี ซุปเปอร์ไวเซอร์ แล้วมีได้กี่คน

  และต้องการเป็นผู้จัดการล่ะ มีได้กี่คน

• แต่ธุรกิจเครือข่ายนั้น ถึงจะมาทีหลังทำมากกว่า

  ขยันมากกว่าก็สามารถแซงรายได้คนมาก่อนได้





นี่แค่เขียนถึงระบบโดยกว้างๆนะครับ ถ้าเจาะลึกลงไป

ยังมีสิ่งที่เราอาจขำไม่ออก เช่น วันนี้เราได้งานเป็น

พนักงานขายพร้อมด้วยเพื่อนรักเราคนหนึ่งที่พร้อมตายแทนเราได้

ผ่านไป ปี เราและเพื่อนต่างขยันขันแข็งทำงานได้ดีมาก

บริษัทเปิดโอกาส ให้เราเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้จัดการ

แต่ผู้จัดการมีได้กี่คนครับ ส่วนมากหนึ่งเดียว

ท่านคิดอย่างไร





-->ให้เพื่อนเป็นไปก่อน แต่ผลงานเราดีกว่าเพื่อนอยู่นิดหน่อย
--> เราเป็นเองดีกว่า (แล้วเพื่อนท่านล่ะคิดอย่างไร)

 
อย่า เพิ่งดีใจครับ ปรากฎว่า หลายชายเจ้าของ จบโทมาจากเมืองนอก

ทางด้านการตลาด ได้เป็นผู้จัดการ

ในขณะที่คนทุ่มเททำงานมาแทบตาย ปียังอยู่ที่เดิม

และคุณเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ด้วยตัวเองหรือเพื่อนเล่าให้ฟังบ้าง

ไหม? (คำตอบ คือ..............) นี่แค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้นครับ



มีทางให้เลือกเดินหลายทาง อยู่ที่ท่านจะเลือกเดินทางไหน




MLM ให้อะไร 

ใช่เรื่องแรกต้องควรรู้ก่อนว่าให้อะไร ใช่ไหมครับ 

จะได้ใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ


  1. รายได้ที่มั่นคงไร้ขึดจำกัด

  2. ความมั่นคงของชีวิต

  3. เป็นมรดกได้

  4. ได้ท่องเที่ยวฟรี

  5. ได้สุขภาพที่ดี

  6. มีเพือนและสังคมที่ดี

  7. ได้พัฒนาศักยจภาพของตนเอง

  8. มีอิสระภาพทางการเงิน เวลา และความคิด


จากการศึกษาถึงระบบ MLสิ่งได้พบจุดเด่น ของระบบนี้ คือ



  • ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมาก็ตามคุณก็สามารถทำได้
  • ไม่จำกัดรายได้ ทำงานมากได้รายได้มาก


  • ทำงานน้อยได้รายได้น้อยไม่ทำก็ไม่ได้ มาก่อนมาหลังจึงไมสำคัญ

  • ไม่จำกัดเวลาทำงาน   
   

ข้อเสีย คนไม่เข้าใจแล้วนำไปคิดเองโดยไม่ศึกษา 


และนำไปถ่ายทอดแบบไม่ถูกต้อง


ธุรกิจเครือข่ายที่ดี : ต้องมีความเท่าเทียม หรือ โอกาสในการสร้างธรุกิจ



MLM เหมาะกับใคร? เรื่องนี้บอกได้อย่างเดียวว่า 

เหมาะ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างธุรกิจ

เพราะ MLM คือการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค

ใครสร้างได้มากย่อมมีรายได้มาก

ในความเห็นส่วนตัว ดิฉันว่าน่าที่จะสร้าง ธรุกิจ MLM

ไว้สำรองรายได้ ถึงท่านจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

เพราะ MLM ไม่มีต้นทุนเพิ่ม มีแต่ รายได้เพิ่ม (ถ้าคุณทำ)


 และจากทั้งหมดนี้ ท่านว่าทำไมต้อง MLM พอจะได้คำตอบไหมครับ?



ที่นี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่าธุรกิจเครือข่ายที่ดี

และน่าร่วมทำงานด้วยนี้ความมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง




1. เจตนาในการนำเสนอสินค้าเป็นหลัก

2. ค่าธรรมเนียมในการรับสมัครสมเหตุสมผล

3. คนทุกระดับสามารถสมัครได้

4. ไม่ต้องลงทุนสูง

5. เป็นสินค้าใช้แล้วหมดไป

6. คุณภาพดี ราคายุติธรรม

7. ถ้าผู้บริโภคทดลองใช้แล้วชอบจึงเกิดการซื้อซ้ำ

8. ไม่มีการบังคับซื้อ
                      
9. มีการรับผิดชอบผู้บริโภคเมื่อสินค้ามีปัญหา

10. แผนการตลาดไม่ยากเกินไปสามารถเป็นไปได้จริง

11. ผลตอบแทนยุติธรรม

12. รายได้มาจากการทำงาน

13. การขึ้นตำแหน่งเกิดจากการขยายทีมงาน

14. การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ

15. ไม่มีการบังคับรักษายอด

16. ตำแหน่งต่าง ๆ ขึ้นแล้วไม่มีการตกหรือปลด

17. สามารถแซงกันได้จึงไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

18. จ่ายผลประโยชน์ตามการทำงานจริง

19. ใครทำงานมาก ก็ได้มาก

20. มีการจ่ายผลประโยชน์ที่ชัดเจนและมั่นคง

21. มีหลักฐานการจ่ายเงิน

22. และเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Tag:Success,Goals,Learning-MLM,Income,Bussiness,ผลประโยชน์,รายได้ไม่จำกัด,ทำได้ทุกเพศทุกวัย,ผลตอบแทนคุ้มค่า,ถูกต้องตามกฎหมาย
พ่อรวยสอนลูก ของ คุณ Mr. Robert T. Kiyosaki





ในหนังสือเล่นนี้บอกไว้ว่า อาชีพของคนบนโลกนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

คือ

      E (Employee) มีรายได้จากเงินเดือน ลูกจ้าง
      S (Self - employed) ธุรกิจส่วนตัว

      B (Business Owner) เจ้าของกิจการ

      I (Investor) นักลงทุน



คนที่อยู่ฝั่งขวาเป็นชนกลุ่มน้อย แต่เนื้อหอมมาก

เพราะคนฝั่งขวาจะเป็นคนที่มีเงิน พวกเขาเหล่านี้จะใช้เงินทำงาน

ใช้ระบบทำงาน

คนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝั่งซ้าย ทำงานแลกเงิน เป็นสาเหตุของงาน

ถ้าหยุดทำก็ไม่มีเงิน โดยเฉพาะลูกจ้างแล้วด้วยยิ่งแย่ใหญ่

เมื่อไหรที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้เป็นเวลานานๆ

ก็เตรียมตัวเตรียมใจรับซองขาวได้เลย

ส่วนเจ้าของกิจการก็เหมือนกัน ถ้าเมื่อไหรทำงานไม่ได้ ทำงานไม่ไหว

ลูกค้าก็หายหมด ปิดร้านก็ไม่ได้ ต้องคอยเฝ้าร้าน เฝ้าธุรกิจของตัวเอง

ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งซ้าย แล้วจะทำยังไงละครับ

ที่จะให้ตัวเองข้ามมาอยู่ทางฝั่งขวา ได้

Mr. Robert T. Kiyosaki บอกไว้ว่า มีอีกธุรกิจเหมือนกัน

ที่จะสามารถส่งให้คุณไปอยู่ทางฝั่งขวาได้ นั้นคือ ธุรกิจ เครือข่าย

พูดง่ายๆก็คือ ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วสามารถทำให้คุณมีเงินได้

นี่คือความสำเร็จที่ทุกคนสามารถทำได้

แท็ก: หนังสือพ่อรวยสอนลูก,เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ,เรียนรู้เรื่องงาน,ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ,เป้าหมายชีวิต,การเริ่มต้น...